AntiVirus ตัวไหนดี? สำหรับ Windows

1082
0
โปรแกรม Anti Virus ตัวไหนดี

Antivirus software เป็นโปรแกรมที่สร้างขึ้นมาเพื่อตรวจจับ ป้องกัน และกำจัดภัยคุกคามทางคอมพิวเตอร์หรือมัลแวร์ต่างๆ เช่น Virus, Trojan, Spyware, Malware และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งเกิดการใช้งานอินเทอร์เน็ตหรือจากการดาวน์โหลดโปรแกรมจากเว็บไซต์ต่างๆมาติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ โดยแฝงมากับลิงก์หลอกให้คลิกเข้าไปและฝังมากับโปรแกรมที่ไม่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ มักจะมีไวรัสหรือของแถมอื่นๆที่แฝงมากับโปรแกรมหรือโลกอินเทอร์เน็ต ซึ่ง Antivirus software จึงสำคัญในการใช้งานคอมพิวเตอร์หรือท่องเว็บอินเทอร์เน็ต ทำให้คุณรู้สึกปลอดภัยในทุกๆวันนั่นเอง

Antivirus ที่แถมมากับ Windows เพียงพอหรือไม่?

สำหรับ Antivirus ที่แถมคือ Windows Defender ป้องกันแอนตี้ไวรัสไม่เพียงพออย่างแน่นอน เพราะ Windows Defender เป็นโปรแกรมฟรีพัฒนาโดย Microsoft ซึ่งขาดความละเอียดในการค้นหาไวรัสหรือมัลแวร์ต่างๆ และไม่มีการอัปเดตข้อมูลให้ทันภัยคุกคามต่างๆ อาจทำให้ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ไม่ปลอดภัย อีกทั้งไม่มีฟีเจอร์เสริมที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้ปลอดภัยจากการใช้งานอินเตอร์เน็ต เนื่องจากเป็นโปรแกรมแอนตี้ไวรัสฟรี จึงมีข้อจำกัดในการใช้งาน ซึ่งแตกต่างกับโปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่เสียเงินโดยสิ้นเชิงที่เปิดให้ใช้ฟีเจอร์เสริมเต็มรูปแบบ เช่น ป้องกันแรนซัมแวร์ (Ransomware) การป้องกันแบบตลอดเวลาแม้ไม่ได้ scan (ReaTime Protection) และป้องกันโปรแกรมที่แฝงการขุดคอมพิวเตอร์ของคุณด้วย (Cryptolocker) เป็นต้น ซึ่งทำให้คอมพิวเตอร์ของเราปลอดภัยจากภัยคุกคามทุกประเภทแน่นอน

วิธีเลือก Antivirus Software

1. การตรวจจับ General Virus หรือ Malware

จุดประสงค์ในการเลือกใช้งาน Antivirus software ต้องคำนึงว่าโปรแกรมแอนตี้ไวรัสมีการทำงานที่ดี โดยสามารถตรวจจับไวรัสหรือมัลแวร์ต่างๆได้เช่น โทรจัน สแปมแวร์ มัลแวร์ เป็นต้น รวมไปถึงระบบป้องกันความปลอดจากการใช้อินเทอร์เน็ต เพื่อปิดกั้นสิ่งแปลกปลอมไม่ให้เข้ามายังคอมพิวเตอร์

2. กินทรัพยากรเครื่องน้อยที่สุด

ส่วนใหญ่โปรแกรมแอนตี้ไวรัส อาจทำให้ระบบของคอมพิวเตอร์ทำงานช้าลง เช่น เมื่อเริ่มเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์มีระยะเวลาการบูท (Boot) เข้าหน้า Windows นานขึ้น ดังนั้นควรหาโปรแกรมแอนตี้ไวรัสให้เข้ากับระบบคอมพิวเตอร์ของเรา ยิ่งใช้งานแอนตี้ไวรัสที่เสียเงิน ไม่เกิดปัญหาเรื่องคอมช้าลงแน่นอน

3. ฟังก์ชั่นใช้งานง่าย

ฟังก์ชั่นในการใช้งานเป็นอีกหนึ่งสำคัญในการเลือกใช้ Antivirus software เพราะยิ่งโปรแกรมที่ใช้งานง่าย ทำให้คุณเข้าใจระบบการป้องกันมากขึ้น และกำจัดสิ่งแปลกปลอมได้ทันท่วงที หรือเพิ่มความปลอดภัยและความเร็วในการใช้อินเทอร์เน็ต เช่น ฟังก์ชั่น Auto Scan, VPN, Internet Security และต้องมีการอัปเดตระบบอยู่เสมอ ยิ่งมีการอัปเดตบ่อยครั้ง ทำให้กำจัดไวรัสหรือมัลแวร์ใหม่ๆได้ทันนั่นเอง

4. ความเป็นส่วนตัว

การใช้งานโปรแกรมแอนตี้ไวรัสต้องมีความปลอดภัยและมีความส่วนตัว โดยไม่นำข้อมูลลับหรือข้อมูลส่วนตัวของเราออกไปเผยแพร่ หรือหลุดบนโลกอินเทอร์เน็ต ซึ่งโปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่ดีต้องไม่เปิดเผยตัวตนใดๆของเรา และไม่ยุ่งเกี่ยวกับข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ของเราด้วยเช่นกัน จึงทำให้เรารู้สึกมีความเป็นส่วนตัวและปลอดภัยมากที่สุด

5. ทดลองใช้ฟรีและรับประกันเงินคืน

เพื่อความคุ้มค่าแก่การเลือกโปรแกรมแอนตี้ไวรัส จำเป็นต้องมีระบบทดลองใช้ฟรีก่อน 7 วัน 30 วัน ขึ้นอยู่กับแบรนด์นั้นๆ ช่วยให้คุณมั่นใจในด้านประสิทธิภาพการทำงานของโปรแกรมแอนตี้ไวรัส และทำให้ไม่ผิดหวังเมื่อซื้อใช้จริง รวมถึงต้องมีการรับประกันเงินคืนแบบไม่มีข้อสงสัยไม่ควรเกิน 30 วัน และต้องคืนเงินกลับมาไม่ควรเกิน 60 วัน

6. ระวังร้านที่ขายโดยส่ง CODE ทางอีเมล์หรือทางข้อความ

ถ้าไม่ใช่เวบ official ของต่างประเทศ ไม่ควรซื้อแบบที่ส่ง key มาทางอีเมล์หรือทางข้อความเด็ดขาด เพราะร้านค้าเหล่านี้จะโกง โดยการไปซื้อ key รวมแบบหลาย user หรือ key ราคาถูกจากต่างประเทศมาแบ่งขายให้เรา key ที่เราได้มาจะถูกแชร์กับ user หลายคน และ หากโดนฐานข้อมูลหลักจับได้ว่าใช้แบบผิดประเภท key จะถูก blacklist ทันที พอเราไปทางถามไปกับร้านค้าเหล่านี้ ก็มักพ้นระยะประกันไปแล้ว หรือร้านค้าก็เพิกเฉยไม่ตอบข้อความคุณแต่อย่างใด

3 อันดับ Antivirus สำหรับ Windows

1. Kaspersky Anitivirus

โปรแกรมแอนตี้ไวรัสตรวจจับและบล็อกมัลแวร์ที่เข้ารหัสลับ ไม่ส่งผลต่อระบบคอมพิวเตอร์มากนัก ทำให้ใช้งานได้ลื่นไหล รวดเร็วเหมือนเดิม มาพร้อมกับเทคโนโลยีป้องกันไวรัส ช่วยปกป้องคอมพิวเตอร์ของคุณจากไวรัสตัวล่าสุด เช่น Ransomware Cryptolockers และอื่นๆ ซึ่งหยุดยั้งพวกไวรัส มัลแวร์ที่เข้ามาทำลายประสิทธิภาพคอมพิวเตอร์และข้อมูลของคุณ โดยมีการอัปเดตแบบ Real-Time ทำให้บล็อกภัยคุกคามใหม่ได้ทัน อีกทั้งติดตั้งและใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยากอีกด้วย และมี Package ให้เลือก 3 ระดับ ราคาและการป้องกัน ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย เรียงตามลำดับดังนี้

  • Kaspersky AntiVirus – ป้องกันระดับต่ำสุด แต่เพียงพอต่อการเล่นเนตและธุรกรรมทั่วไป
  • Kaspersky Internet Security – ป้องกันสูงขึ้นมาอีกระดับ โดยมี feature เรื่อง banking block เวบอันตราย กับ VPN เข้ามาเพิ่มเติม
  • Kaspersky TotalSecurity – เพิ่ม feature ป้องกันเด็กเข้าเวบอันตรายได้

    เราจะซื้อ Kaspersky ที่น่าเชื่อถือได้จากที่ไหน?
    เราได้คัดร้าน Official ที่น่าเชื่อถือมาให้แล้วนะครับ สั่งซื้อโดยกดปุ่มข้างล่างนี้ได้เลย

2. BitDefender Antivirus Plus

โปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่มีประสิทธิภาพสูงตัวหนึ่ง เนื่องจากมีการทำงานที่รวดเร็วมาก กินทรัพยากรเครื่องคอมพิวเตอร์ต่ำ พร้อมทั้งยังสามารถปกป้องเครื่องคอมพิวเตอร์จากภัยคุกคามต่างๆ อาทิเช่นSpyware, Trojan, Rootkit รวมไปถึง Ransomware และอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีระบบรักษาความปลอดภัยในด้านการป้องกันข้อมูลส่วนตัวเมื่อใช้ธุรกรรมออนไลน์ โดยเป็นการทำงานอัตโนมัติ ผู้ใช้งานไม่จำเป็นเข้าไปตั้งค่าให้ยุ่งยาก และมี Package หลายแบบให้เลือก

3. Mcafee Total Protection

Mcafee Anitivirus

โปรแกรมแอนตี้ไวรัสชั้นนำอีกหนึ่งตัวที่นำเครื่องมือในการป้องกันไวรัสมาอยู่ในตัวเดียวมีชื่อว่า Mcafee Total Protection โดยให้มาทั้งแอนตี้ไวรัส ระบบไฟร์วอลล์ ตัวกรองจดหมายขยะ และปิดกั้น URL ที่คาดว่าเป็นอันตรายต่อคอมพิวเตอร์ อีกทั้งมีการอัปเดตแบบ Real-Time ทำให้บล็อกภัยคุกคามใหม่ได้ทัน รวมไปถึงตัวโปรแกรมใช้งานค่อนข้างง่าย ดูเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน และสามารถเร่งความเร็วในการทำงานของโปรแกรมอื่นๆได้เช่นกัน

สรุป

Antivirus software เป็นโปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่ช่วยตรวจจับ ป้องกัน และกำจัดภัยคุกคามบนคอมพิวเตอร์ เช่น ไวรัส มัลแวร์ สปายแวร์ แรนซัมแวร์ และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งภัยคุกคามล้วนมาจากโลกอินเทอร์เน็ตและลิงก์หลอกลวงที่แฝงเข้ามาก่ออันตรายบนคอมพิวเตอร์ และ Windows Defender ที่แถมมากับระบบปฏิบัติการ Windows ไม่เพียงพอต่อการป้องกันภัยคุกคาม เพราะขาดความละเอียดในการค้นหาไวรัสหรือมัลแวร์ต่างๆ และไม่มีการอัปเดตข้อมูลป้องกันภัยคุกคามใหม่ๆไม่ทัน เนื่องจากเป็นโปรแกรมแอนตี้ไวรัสฟรี จึงมีข้อจำกัดในการใช้งานนั่นเอง ซึ่งแตกต่างกับโปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่ต้องเสียเงินอย่างสิ้นเชิง

มี 3 อันดับโปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่ดีคือ Kaspersky, BitDefender, Mcafee ที่มีประสิทธิภาพในการทำงาน มีฟีเจอร์ที่หลากหลาย และไม่กินทรัพยากรคอมพิวเตอร์ ยังคงทำงานได้รวดเร็วเช่นเดิม นอกจากมีฟีเจอร์ที่หลากหลายแล้ว โปรแกรมเหล่านี้ยังคงให้ความเป็นส่วนตัวให้แก่คุณ โดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับข้อมูลใดๆภายในคอมพิวเตอร์ อีกทั้งตรวจจับข้อมูลได้ดีกว่าของฟรี และมีการอัปเดตข้อมูลใหม่ๆอยู่เสมอแบบ Real-Time ทำให้สามารถตรวจจับไวรัสหรือมัลแวร์ใหม่ๆได้ทันท่วงที เรียกได้ว่า ไม่มีข้อจำกัดในการใช้งาน และแน่นอนว่าสามารถใช้งานทดลองได้ฟรีก่อน หากถูกใจหรือเห็นประสิทธิภาพของโปรแกรมแอนตี้ไวรัส สามารถชำระเงินแบบ Package ต่างๆได้ รวมไปถึงสามารถรับประกันเงินคืนแบบไม่มีข้อสงสัย หลังจากซื้อไปใช้งานอีกด้วย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.